1.1 โรงเรียนขนาดเล็กจัดทำและดำเนินการตามแผนพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยอ้างอิงข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียน เช่น ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สมรรถนะ และคุณลักษณะของผู้เรียน เพื่อกำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก
1.2 โรงเรียนจัดทำและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการประจำปีที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเป้าหมายในแผนพัฒนาคุณภาพ
1.3 ผู้เรียนร้อยละ 80 ขึ้นไป มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบ RT, NT และ O-NET “สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับชาติ”
1.4 ผู้เรียนร้อยละ 80 ขึ้นไป มีสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์อยู่ในระดับ “ดีขึ้นไป” โดยมีหลักฐานจากการประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) หรือแฟ้มสะสมงาน (Portfolio)
2.1 โรงเรียนพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้มีความยืดหยุ่น และบูรณาการให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ/หรือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย รวมทั้งบริบทของโรงเรียนและชุมชน โดยอาศัย
การมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
2.2 ครูจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น (Flexible Learning) ที่ตอบสนองต่อศักยภาพของผู้เรียนและบริบทของโรงเรียน
2.3 โรงเรียนขนาดเล็กนำหลักสูตรสถานศึกษาไปใช้จริงในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีการติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการใช้หลักสูตรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อปรับปรุงพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและชุมชน
2.4 ครูร้อยละ 80 ขึ้นไป ดำเนินการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาอย่างบูรณาการ มีบันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ และนำข้อมูลจากการประเมินไปใช้ปรับปรุงการเรียนรู้ในรอบต่อไปอย่างต่อเนื่อง
3.1 โรงเรียนขนาดเล็กส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ภาษาอังกฤษ และการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ผ่านการอบรม พัฒนา หรือกิจกรรม PLC อย่างต่อเนื่อง
3.2 ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กพัฒนาสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเข้าร่วมอบรม สัมมนา หรือการเรียนรู้จากแหล่งอื่น ๆ อย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง และสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้
ในการจัดการเรียนรู้หรือบริหารจัดการศึกษาได้จริง
3.3 ครูและบุคลากรทางการศึกษาร้อยละ 80 ขึ้นไป มีสมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในระดับ DC–3 ขึ้นไป และสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อจัดการเรียนรู้ได้จริง เช่น การใช้ OBEC Content Center, DLTV, หรือเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน
3.4 ครูและบุคลากรทางการศึกษาร้อยละ 80 มีสมรรถนะภาษาอังกฤษตามกรอบ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages)
ในระดับ A2 ขึ้นไป และสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร หรือในการจัด
การเรียนรู้ได้จริง
4.1 โรงเรียนขนาดเล็กวางแผน ส่งเสริม และสนับสนุนการใช้สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมและเพียงพอกับบริบทของโรงเรียน
4.2 ครูและบุคลากรทางการศึกษาใช้สื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้หรือบริหารจัดการอย่างเหมาะสม โดยเน้นการใช้แหล่งเรียนรู้ดิจิทัล เช่น OBEC Content Center, DLTV, เว็บไซต์ของครู หรือเครื่องมือดิจิทัลอื่น ๆ ที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน
4.3 โรงเรียนขนาดเล็กมีระบบจัดเก็บ แบ่งปัน และขยายผลสื่อ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่พัฒนาแล้ว ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือระบบของโรงเรียน เพื่อให้ครูและผู้เรียนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จริง
4.4 ครูร้อยละ 80 ขึ้นไป สามารถเลือกใช้หรือพัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก และนำไปใช้จริงในการจัดการเรียนรู้
5.1 โรงเรียนขนาดเล็กบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล มีระบบวางแผน ดำเนินงาน ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลอย่างเป็นระบบ โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศ เช่น DMC, School MIS, หรือ Loei 1 Big Data เพื่อประกอบการตัดสินใจและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
5.2 โรงเรียนขนาดเล็กดำเนินการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Resource Sharing) ภายในกลุ่มโรงเรียน เช่น การใช้บุคลากรร่วม การใช้แหล่งเรียนรู้ร่วม การจัดกิจกรรมร่วม หรือการใช้สื่อ เทคโนโลยี นวัตกรรมร่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
5.3 โรงเรียนขนาดเล็กมีระบบบริหารจัดการคุณภาพภายในที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีผลการประเมินคุณภาพภายในและ/หรือภายนอกอยู่ในระดับ “ดีขึ้นไป”
5.4 โรงเรียนขนาดเล็กมีเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง ทั้งภายในกลุ่มโรงเรียนและกับหน่วยงานภายนอก มีโครงการหรือกิจกรรมร่วมที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ เช่น การพัฒนาผู้เรียน
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การพัฒนานวัตกรรม หรือการจัดการทรัพยากรร่วมเพื่อความยั่งยืน
6.1 โรงเรียนขนาดเล็กดำเนินการวางแผน ส่งเสริม และสนับสนุนการใช้ระบบการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) อย่างเป็นระบบ หรือการพัฒนา “รูปแบบการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก” เพื่อการจัดการเรียนรู้ในบริบทของตนเอง
โดยมีการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ ดูแล จัดตารางเรียน และติดตามผลการใช้ DLTV ในแต่ละระดับชั้น
6.2 โรงเรียนขนาดเล็กดำเนินการจัดการเรียนรู้ภายใต้ระบบ โรงเรียนพี่เลี้ยง–โรงเรียนปลายทาง (Mentor–Satellite Model) ภายในกลุ่มโรงเรียน โดยโรงเรียนพี่เลี้ยงทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ถ่ายทอดแนวทางการจัดการเรียนรู้ การใช้สื่อ DLTV หรือ OBEC Content Center และนวัตกรรมทางการศึกษาแก่โรงเรียนปลายทาง เพื่อให้การจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนในโรงเรียนขนาดเล็กมีคุณภาพ เท่าเทียม และต่อเนื่อง
6.3 โรงเรียนขนาดเล็กมีนวัตกรรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือนวัตกรรมการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ที่พัฒนาขึ้นจากการใช้ DLTV หรือระบบเครือข่ายโรงเรียนพี่เลี้ยง–ปลายทาง หรือรูปแบบการบริหารตามบริบทโรงเรียน
6.4 โรงเรียนขนาดเล็กมีการเผยแพร่ผลงานนวัตกรรมการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ นวัตกรรมการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลสู่โรงเรียนในเครือข่ายและในระดับต่าง ๆ
๑.พัฒนาการ ทั้ง ๔ ด้าน ของเด็ก
๑.๑ โรงเรียนดําเนินการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการผ่านการเล่น และกิจกรรมที่หลากหลาย
1.2 โรงเรียนส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ จริง (Active Learning) ให้เด็กได้ลงมือทํา คิด แก้ปัญหา ทดลอง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
1.3 เด็กปฐมวัย (อนุบาลปีที่ 3) ร้อยละ 96 ขึ้นไป มีผลการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย ด้าน อารมณ์ จิตใจ ด้านสังคมและด้านสติปัญญาผ่าน เกณฑ์การประเมินพัฒนาการ ระดับ 3 (ดี) ทั้ง 4 ด้าน 3 ปีต่อเนื่อง
1.4 เด็กปฐมวัยร้อยละ 80 ขึ้นไป ได้ลงมือทํา คิด แก้ปัญหา ทดลอง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีความมั่นใจในตนเอง
2.ด้านการจัด ประสบการณ์ การเรียนรู้
2.1 ครูจัดประสบการณ์แบบบูรณาการผ่านการ เล่น ให้เด็กได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning)
2.2 ครูออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับ พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน (ร่างกาย อารมณ์–จิตใจ สังคม และสติปัญญา) และเชื่อมโยงกับ ชีวิตประจําวันของเด็ก
2.3 ครูมีนวัตกรรม (Innovation) หรือแนวทาง ปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่ได้รับรางวัล สูงกว่าระดับเขตพื้นที่ และมีการเผยแพร่
2.4 ครูมีสื่อการจัดประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยใช้วัสดุธรรมชาติหรือวัสดุเหลือใช้
3.ด้านสภาพ แวดล้อมและ ความปลอดภัย
3.1 ครูจัดมุมประสบการณ์ 5 มุม ทั้งนี้ตามขนาด และพื้นที่ของห้องเรียน
3.2 ห้องเรียนมีแสงสว่างเพียงพอ มีอากาศถ่ายเท สะดวก ไม่มีกลิ่นรบกวน ไม่มีเสียงรบกวนและ ไม่มี สัตว์เลี้ยง สัตว์มีพิษ แมลงที่อันตราย
3.3 ห้องเรียนมีป้ายชื่อชั้นเรียน (ภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ ) มีสัญลักษณ์ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์จัดไว้บริเวณที่เหมาะสม มีข้อตกลง ร่วมกันในห้องเรยี น มีป้ายสมาชิกของห้องเรียน จัดโต๊ะครู/เด็ก เป็นระเบียบเหมาะสม
3.4 โรงเรียนมีสนามเด็กเล่นที่มีพื้นผิวหลายประเภท เช่นดินทรายหญ้ามีเครื่องเล่น สนามที่ปลอดภัย ไม่ชํารุด เป็นสัดส่วนที่เพียงพอต่อเด็ก มีการตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องเล่นสนาม มีห้องน้ําเหมาะสมกับเด็ก แยกเป็นสัดส่วนที่เหมาะสม มีความปลอดภัย เพียงพอต่อเด็ก อาจเชื่อมต่อกันกับห้องเรียน (มีในห้องเรียนได้)
4. ด้านครู
4.1 ครูวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย ที่เป็นปัจจุบันและทําแผนการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้และมีการบันทึกหลังการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้เป็นปัจจุบัน และนําข้อมูลมาวิเคราะห์ เป็นรายบุคคล
4.2 ครูมีการพัฒนาตนเองเก่ียวกับการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้อย่างน้อย 3 หลักสูตร
4.3 ครูมีการนําสื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) มาใช้ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
4.4 โรงเรียนมีผลการประเมินคุณภาพภายในด้าน การจัดการเรียนรู้ของครู ในระดับ “ดีเลิศ” ขึ้นไป
5. ด้านการมีส่วนร่วมของ ครอบครัว
5.1 โรงเรียนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับผู้ปกครอง ผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เช่น การประชุมผู้ปกครอง การพูดคุยรายบุคคล หรือ ช่องทางออนไลน์ของห้องเรียน
5.2 โรงเรียนมีการสร้างเครือข่ายผู้ปกครอง ให้มี ส่วนร่วมในการวางแผน สนับสนุน และติดตาม พัฒนาการของเด็ก
5.3 ร้อยละ 80 ขึ้นไป ของผู้ปกครองมีพึงพอใจ ในการมีส่วนร่วมการติดตามพัฒนาการของเด็ก ระดับ ดี ขึ้นไป
5.4 มีคู่มือในการดําเนินงานเครือข่ายผู้ปกครอง
1.การจัดการเรียนรู้ท่ีเน้น ผู้เรียนเป็นสําคัญ
1.1 โรงเรียนปรับหลักสูตรที่ยืดหยุ่นและบูรณาการเพื่อพัฒนาสมรรถนะสําคัญของศตวรรษที่ 21 (3R8C)
1.2 ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยเน้นการลงมือปฏิบัติ
1.3 ผู้เรียนร้อยละ 80 ขึ้นไป มีสมรรถนะสําคัญ ในศตวรรษที่ 21
1.4 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยเน้นการลงมือปฏิบัติ
2. ครู และการจัดการเรียนรู้
2.1 ครูออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) แบบ Competency-Based บนฐานข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล
2.2 ครูนําเทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญา ประดิษฐ์ (AI) ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
2.3 ครูมีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
2.4 ครูพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เน้นทักษะ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้
3. การใช้สื่อ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ นวัตกรรม
3.1 ครูส่งเสริม และสนับสนุนการใช้สื่อ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรม ในการจัดการเรียนรู้
3.2 ครูนําสื่อ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
3.3 ครูสามารถผลิตหรือพัฒนาสื่อ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมทางการ เรียนรู้
ที่สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน และนําไปใช้จริงในชั้นเรียนหรือกิจกรรมการเรียนรู้
3.4 ผู้เรียนร้อยละ 80 ขึ้นไป มีความสามารถใช้ สื่อ เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ นวัตกรรม ในการเรียนรู้
4. การวัด และประเมินผล
4.1 ครูออกแบบและพัฒนาระบบการวัดและ ประเมินผล Assessment for Learning (AfL)
4.2 ครูใช้ระบบการวัดและประเมินผล Assessment for Learning (AfL) เพื่อพัฒนาผู้เรียนรายบุคคล
4.3 ครูมีเครื่องมือในการวัดและประเมินผล
4.4 ผู้เรียนมีพัฒนาการทางการเรียนสูงขึ้น
5. การจัดบรรยากาศการเรียนรู้
5.1 ครูจัดสภาพแวดล้อมของห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้
5.2 ครูสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ อย่างสร้างสรรค์ และการทํางานร่วมกัน
5.3 ห้องเรียนสะอาด ปลอดภัยและมีสภาพแวดล้อมเชิงบวกเหมาะแก่การเรียนรู้
5.4 ร้อยละ 90 ของผู้เรียน มีส่วนร่วม และ กระตือรือร้นในการเรียนรู้
พูดคุยหรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เพจ facebook ของโรงเรียนบ้านคกเลา ครับ/ค่ะ